โรคมะเร็ง เป็นโรคร้ายที่เมื่อเป็นแล้วจะทำให้เกิดความทรมานอย่างมากต่อผู้ป่วย เพราะนอกจากจะเจ็บปวดจากโรคมะเร็งแล้ว เมื่อทำการรักษา ยังมีผลตามมาที่ค่อนข้างสาหัส เช่น ผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ อาจจะมีหนอง ออกในช่องท้องตลอดเวลา เนื่องจากการต่อสู้ของระบบภูมิคุ้มกัน กับ เซลล์มะเร็ง ทำให้ผู้ป่วยมีอาการทรมานมาก หรือผู้ป่วยที่ทำการรักษาด้วยการทำ คีโม หรือ เคมีบำบัด จะมีร่างกายที่อ่อนแอมาก เนื่องจาก สารเคมีที่ใช้รักษาไม่ได้เข้าไปทำลายแค่เซลล์มะเร็งอย่างเดียว แต่ยังทำลาย เซลล์ที่ปกติ ของเราอีกด้วย นั้นหมายถึงระบบภูมิคุ้มกันบางส่วน จะถูกทำลายไปพร้อมกับ เซลล์มะเร็ง ผู้ที่ทำการรักษาด้วยการทำ คีโม จึงมีบางส่วนที่อาจจบชีวิต ด้วยโรคแทรกซ้อน ต่าง ๆ
read more "ผลข้างเคียงที่เกิดจากการรักษา"
วันพฤหัสบดีที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2554
ผลข้างเคียงที่เกิดจากการรักษา
ป้ายกำกับ:
ความรู้เรื่องมะเร็ง,
สาระน่ารู้,
อาการของโรคต่างๆ
มะเร็งน่ากลัวขนาดไหน
มะเร็งนั้นอยู่ใกล้ตัวเรามาก จนแทบจะเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเรา เพราะร่างกายของเราผลิตเซลล์ขึ้นมาตลอดเวลา ดังนั้นเซลล์มะเร็งจึงถูกผลิตขึ้นมาตลอดเวลาเหมือนกัน เพียงแต่ร่างกายของใคร จะมีระบบป้องกันมะเร็งที่ดี จนเซลล์มะเร็งนี้ทำอะไรไม่ได้เท่านั้นเอง แต่คนทั่ว ๆ ไปเมื่อได้ยินคำว่ามะเร็งแล้ว จะรู้สึกกลัวต่อคำ ๆ นี้มาก เพราะหลาย ๆ คนมักจะเห็นว่าผู้ป่วยโรคมะเร็งนั้นมักจะพบกับจุดจบของชีวิต แต่ก็ใช่ว่าทุกคนที่ป่วยเป็นมะเร็งจะต้องเสียชีวิตทั้งหมด เพราะมีผู้ป่วยที่รักษาหายมาแล้วเหมือนกัน
แม้ว่าร่างกายจะมีระบบป้องกัน เพื่อกำจัดเซลล์ที่ผิดปกติ อันเป็นต้นกำเนิดของมะเร็งอยู่ก็ตาม แต่ว่า เซลล์มะเร็งนั้นมีความสามารถที่ร้ายกาจมาก มันสามารถ ลุกลามได้ในระยะเวลาอันรวดเร็ว ทำให้ยากต่อการรักษาเมื่อเข้าสู่ระยะลุกลาม
ในการรักษาโรคมะเร็งนั้น หากว่าเซลล์มะเร็ง ยังอยู่ในระยะเซลล์ตั้งต้น แพทย์จะสามารถทำการรักษาให้หายได้ เกือบจะทั้งหมด แต่ถ้าหากว่า เซลล์ตั้งต้นนี้ กลายเป็นเซลล์มะเร็งแล้ว และเข้าสู่ระยะลุกลามแล้ว การรักษาจะมีความลำบากมาก และส่วนใหญ่ ผู้ป่วยมะเร็งมักจะพบว่าตนเองเป็นมะเร็ง ตอนที่เข้าสู่ระยะลุกลามแล้ว
ป้ายกำกับ:
ความรู้เรื่องมะเร็ง,
สาระน่ารู้,
อาการของโรคต่างๆ
สาเหตุและความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็ง
บุหรี่
มะเร็งปอดเป็นมะเร็งที่พบมากที่สุดในบรรดามะเร็งทั้งหมด ทั้งในผู้ชายและผู้หญิง ซึ่งสาเหตุของมะเร็งปอดส่วนใหญ่มาจากการสูบบุหรี่ และนอกจากนี้ยังเป็นต้นเหตุของมะเร็งชนิดอื่น ๆ อีกเช่น มะเร็งในช่องปาก มะเร็งกล่องเสียง มะเร็งในโพรงจมูก มะเร็งในกระเพาะ และอื่น ๆ อีกมากมาย
ในบุหรี่มีสารพิษมากมาย มากกว่า 4000 ชนิด และเป็นสารที่ก่อให้เกิดมะเร็งมากมาย เช่น อะลูมิเนียม คาร์บอนไดออกไซด์ คาร์บอนมอนนอกไซด์ นิโคติน บิวเทน ทองแดง ไซยาไนด์ ทาร์ และอื่น ๆ อีกมากมาย
เหล้า
ตับของเรามีหน้าที่ กำจัดสารพิษออกจากเลือด และเหล้าที่เราดื่มกันเข้าไปนั้น จะมีแอลกอฮอล์ ซึ่งแอลกอฮอล์นี้จะไปซึมอยู่ในกระแสเลือด ทำให้ตับต้องขับสารพิษเหล่านี้ออกมา แต่หากว่าดื่มทุกวัน ตับของเราจะทำงานหนักมาก และจะถูกทำลายด้วยสารพิษจากแอลกอฮอล์ ส่งผลให้ตับเกิดการอักเสบ และเกิดเป็นโรคตับแข็ง และกลายเป็นมะเร็งตับ ได้
ความอ้วน
น้ำหนักตัวที่มาก จะทำให้ร่างกายมีระบบฮอร์โมนที่ผิดปกติ ซึ่งจะทำให้ระบบการทำงานต่าง ๆ ในร่างกายหนักมากขึ้น และส่งผลให้เกิดมะเร็งในอวัยวะต่าง ๆ ได้ง่าย ซึ่งดูได้จาก ผู้ป่วยมะเร็งปากมดลูก เป็นมะเร็งที่พบมากในผู้ป่วยที่มีน้ำหนักตัว มากกว่ามาตรฐาน ตามมาด้วยมะเร็ง หลอดอาหาร มะเร็งลำไส้ มะเร็งเม็ดเลือดขาว มะเร็งเต้านม และอื่น ๆ มีกมากมาย
ความเครียด
ความเครียดส่งผลให้ระบบของฮอร์โมนทำงานผิดปกติเช่นเดียวกันกับผู้ที่มี น้ำหนักมาก ซึ่งในผู้ที่มีความเครียดมาก ๆ จะมีการหลั่ง ฮอร์โมนชนิดหนึ่งชื่อว่า เคอร์ซิโตน ซึ่งฮอร์โมนตัวนี้จะเข้าไปขัดขวางการทำงานของ เม็ดเลือดขาว เป็นผลให้ภูมิคุ้มกันของร่างกายเราอ่อนแอลง และเป็นโรคอื่น ๆ ได้ง่ายขึ้น หนึ่งในนั้นก็คือโรคมะเร็ง
กรรมพันธุ์
มีมะเร็งหลายชนิดที่สามารถถ่ายทอดทางพันธุ์กรรมได้ เช่นมะเร็งเต้านม มะเร็งเม็ดเลือดขาว มะเร็งในลำไส้ มะเร็งปากมดลูก แต่ใช่ว่าลูกหลานจะได้รับการถ่ายทอด เซลล์มะเร็งนี้ทุกคน แต่ถ้าหากว่ามีคนในครอบครัวป่วยหรือเสียชีวิตจากโรคมะเร็ง คนในครอบครัวนี้ก็มีโอกาสมาก หรืออยู่ในกลุ่มที่เสี่ยงมากที่สุดที่จะเป็นโรคมะเร็งต่อไป
ภูมิคุ้มกันในร่างกายอ่อนแอ
ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันในร่างกายต่ำนั้น หากว่าได้รับสารก่อมะเร็งอย่างต่อเนื่อง จะทำให้ภูมิคุ้มกันของร่างกายทำงานหนักขึ้นไปอีก และถ้าหากว่าภูมิคุ้มกันในร่างกายไม่สามารถกำจัดของเสีย หรือสิ่งแปลกปลอมได้หมด ก็มีโอกาสที่จะเกิดโรคมะเร็งตามมาได้
กินอาหารที่ไม่ถูกต้อง
ใน อาหารบางประเภท จะมีสารก่อมะเร็งปนเปื้อนอยู่มาก ซึ่งอาจจะเกิดจากการใช้สารเคมี หรือยากำจัดศัตรูพืช หรือ สารบางชนิดที่ใส่กับของสดเพื่อให้อาหารดูสดใหม่ตลอดเวลา ซึ่งสารต่าง ๆ เหล่านี้ ไม่ได้ถูกชำระล้างออกไปให้หมด หรืออาจจะทำการชำระล้างได้ยากมาก เมื่อนำเข้าสู่ร่างกาย จึงได้มีการสะสมอยู่ในร่างกาย และเมื่อรับในปริมาณมาก ๆ จนไม่สามารถขับสาร ต่างๆ เหล่านี้ออกมาได้หมด ก็จะทำให้เป็นโรคมะเร็งตามมา ซึ่งมะเร็งที่พบส่วนใหญ่จะเป็น มะเร็งลำไส้ มะเร็งในกระเพาะอาหาร หรือมะเร็งที่เกี่ยวกับระบบอาหารเป็นส่วนใหญ่
ในอดีตที่ผ่านมานั้น ในอาหารของเรายังไม่มีการ ผลิตสารเคมีต่างๆ เหล่านี้มาช่วยในเรื่องของการกำจักศัตรูพืช หรือทำของให้สด ทำให้คนในอดีตนั้นเป็นโรคมะเร็งชนิดนี้ได้น้อยมาก เมื่อเทียบกับคนในปัจจุบัน
เกล็ดน่ารู้
รู้หรือไม่ว่า ร่างกายของเรามีการผลิตเซลล์ เพื่อพัฒนาและซ่อมแซมร่างกายตลอดเวลา เป็น ล้านเซลล์ และในการผลิตเซลล์นี้ก็จะมี เซลล์ผิดปกติ ผลิตออกมาเป็นล้านเซล์ด้วยเช่นกัน แต่ว่าในร่างกายเราจะมีระบบป้องกัน อย่างเม็ดเลือดขาว ที่จะทำลายเซลล์ผิดปกติเหล่านี้ให้หมดออกไป ไม่ว่าจะทาง ปัสวะ อุจจาระ หรือเหงื่อไคล และถ้าหากว่าร่างกายมีระบบป้องกันที่อ่อนแอ ไม่สามารถกำจัดเซลล์ผิดปกติเหล่านี้ได้ทัน จะเกิดอะไรขึ้น
ป้ายกำกับ:
ความรู้เรื่องมะเร็ง,
สาระน่ารู้,
อาการของโรคต่างๆ
วิธีรักษาโรคมะเร็งของแพทย์
ในการรักษาโรคมะเร็งของแพทย์ แพทย์จะเลือกใช้วิธีที่เหมาะสมมากที่สุดกับผู้ป่วย ซึ่งวิธีการรักษาก็มีอยู่หลายวิธีทั้งการ ผ่าตัด การทำคีโม การฉายรังสี สารชีวภาพ วัคซีน และในผู้ป่วยหนึ่งคนอาจจะใช้หลาย ๆ วิธีเข้าช่วยกัน เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพมากที่สุด
การผ่าตัด
การผ่าตัดจะใช้กับผู้ป่วยมะเร็งที่มีก้อนเนื้อไม่ใหญ่มาก หรือถ้ายังมีขนาดใหญ่ ก็จะรักษาด้วยวิธีอื่นก่อน เพื่อให้เซลล์มะเร็งหดตัว แล้วจึงทำการผ่าตัด และวิธีการผ่าตัดนี้จะใช้ได้กับผู้ป่วยที่ยังไม่เข้าสู่ช่วงแพร่กระจาย ถ้าหากว่าเข้าสู่ช่วงแพร่กระจายแล้ว การผ่าตัดก็จะไม้ผลเนื่องจากว่าเซลล์มะเร็งสามารถขยายตัวขึ้นมาใหม่ได้ ในการรักษาด้วยวิธีนี้ มักจะใช้กับ มะเร็งเต้านม หรือมะเร็งตับ หรืออาจจะเป็นมะเร็งชนิดต่าง ๆ ที่ยังมีขนาดไม่ใหญ่มาก
รังสีรักษา
เป็นการฉายรังสีไปยังเซลล์เป้าหมายเพื่อยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์ มะเร็ง โดยแพทย์จะค่อย ๆฉายรังสี ครั้งละประมาณ 180-200 cGu โดยใช้ระยะเวลาประมาณ 6-8 สัปดาห์ แต่ว่าแพทย์จะคำนึงถึงความสามารถในการรับรังสีของผู้ป่วยด้วยเช่นกัน เพราะว่าการรักษาด้วยวิธีนี้จะส่งผลกระทบต่อผู้ป่วยพอสมควร เช่น อาจจะทำให้ผิวแห้ง ตกสะเก็ด หรืออื่น ๆ แต่วิธีนี้ก็ยังมีผลข้างเคียงน้อยกว่าการทำ คีโม
การฉายรังสี
1.การฉายรังสีภายนอก
การฉายรังสีภายนอกจะใช้ในมะเร็งที่อยู่ในระยะแพร่กระจาย และ ลุกลาม เช่นมะเร็งต่อมน้ำเหลือง หรือมะเร็งที่กำหนดจุดไม่ได้ ซึ่งรังสีที่ใช้ในการรักษาจะใช้รังสีจาก โคบอลต์-60 ส่วนในกรณีที่เป็นมะเร็งใกล้กับอวัยวะสำคัญ แพทย์จะใช้ รังสีจาก เรเดียม - 226 และ อีริเดียม - 192 เพื่อให้เกิดผลกระทบกับอวัยวะนั้น ๆ น้อยที่สุด
2.การฉายรังสีภายใน
แพทย์จะทำการผ่าตัด สอดใส่หลอดกัมมันตภาพรังสี หรือ เม็ดกัมมันตภาพรังสีขนาดเล็ก ไว้ในก้อนมะเร็ง เพื่อให้เซลล์มะเร็งนั้นลดขนาดลง แล้วจึงทำการผ่าตัด ซึ่งแพทย์จะใช้วิธีนี้กับมะเร็งที่มีขนาดใหญ่มาก ๆ
เคมีบำบัด
โดย ส่วนใหญ่ผู้ป่วยจะพบว่าตนเองเป็นมะเร็ง เมื่อมะเร็งเข้าสู่ระยะแพร่กระจาย และลุกลามไปยังเซลล์อื่น ๆ แล้ว ดังนั้นเมื่อมาถึงมือแพทย์ แพทย์จะทำการรักษาด้วย เคมีบำบัด หรือเรียกสั้น ๆ ว่า คีโม ซึ่งจะมีวิธีใช้อยู่สองวิธี คือ การฉีดเข้าเส้นเลือด และ การกิน
เนื่องจากว่า สารเคมีที่ใช้รักษามะเร็งนั้นก่อให้เกิดผลกระทบต่อร่างกายสูงมาก เพราะว่าสารเคมีนี้ อาจจะทำลายเซลล์ปกติไปด้วย รวมทั้งเม็ดเลือดขาวก็ถูกทำลายไปบางส่วน จึงทำให้ร่างกายอ่อนแอลงอย่างมาก และมีผลที่ข้างเคียงตามมาเช่น ผมร่วง มือชาเท้าชา อาเจียน หากแพทย์พบว่ามีผลข้างเคียงมากเกินไป ก็จะหยุดการบำบัดก่อนแล้วจึงรักษาใหม่ ผู้ป่วยบางรายอาจจะไม่สามารถทนต่อผลข้างเคียงได้ จึงมีหลายคนที่ท้อแท้และไม่ทำการรักษาต่อ
สารชีวภาพ
วิธีนี้อาจจะใช้ได้ผลหรือไม่ได้ผลก็ได้ เพราะเป็นการนำสารที่ได้จากการสังเคราะห์ หรือนำมาจากร่างกายผู้ป่วยเอง มาเพาะเชื้อให้เกิดภูมิต้านทาน แล้วจึงฉีดกลับเข้าไปในร่างกายใหม่ เพื่อให้ร่างกายกระตุ้นการสร้างภูมิคุ้มกันและกำจัดเซลล์มะเร็งได้ด้วยตัว เอง
วัคซีน
วิธีนี้ กำลังจะนำมาใช้เป็นทางเลือกการรักษาใหม่ ในเวลาอันใกล้นี้ ซึ่งใช้วิธีการนำเซลล์ต้นกำเนิด หรือ Stem cell ของผู้ป่วยจากไขกระดูกสันหลัง ออกมาเก็บไว้ภายนอก แล้วจึงกำจัดเซลล์มะเร็งด้วยสารเคมีที่เข้มข้น เมื่อเซลล์มะเร็งอ่อนแอลง ก็จะทำการ ฉีดเซลล์ต้นกำเนิดกลับเข้าไปใหม่ เพื่อให้ร่างกาย สร้างภูมิคุ้มกันขึ้นมาต่อต้านมะเร็งด้วยตนเอง ซึ่งวิธีนี้ได้มีการนำมาใช้กับ ผู้ป่วยมะเร็งเม็ดเลือดขาว และมะเร็งตับแล้ว และสามารถใช้อย่างได้ผลกับผู้ป่วยในบางท่าน
ป้ายกำกับ:
ความรู้เรื่องมะเร็ง,
สาระน่ารู้,
อาการของโรคต่างๆ
ความอันตรายของมะเร็งแต่ละระยะ
ความร้ายแรงของมะเร็งนั้นขึ้นอยู่ ปัจจัยหลายอย่างเช่น บริเวณที่เป็น ชนิดของมะเร็ง และสาเหตุ ซึ่งมะเร็งบางชนิด สามารถที่จะรักษาให้หายขาดได้โดยง่าย แต่ บางชนิดก็ยากมาก ๆ ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับระยะของโรคมะเร็งที่ตรวจเจอด้วย โดยแพทย์จะแบ่งความอัตรายออกเป็น 4 ระดับด้วยกัน
ระยะเริ่มต้น ระยะนี้คือระยะที่ เซลล์ที่ผิดปิกติ เริ่มกลายเป็นเซลล์ตั้งต้นของมะเร็ง (อ่านได้ที่มะเร็งเกิดขึ้นได้อย่างไร ซึ่งระยะนี้ยังไม่อัตรายมากนัก และร่างกายยังสามารถกำจัดออกได้บางส่วน
ระยะเติบโต หรือระยะที่ 1 คือ ระยะที่เซลล์ตั้งต้นเริ่มขยายเป็นก้อนเนื้อ และถ้าหากว่าเป็นที่ผิวหนัง หรือ เต้านม ก็จะสามารถคลำเจอได้ แต่ในระยะนี้มะเร็งยังมีขนาดไม่โตมาก คือ ไม่เกิน 2 เซนติเมตร และยังไม่ลุกลามเข้าไปที่ต่อมน้ำเหลือง
ระยะเจริญเติบโต หรือ ระยะที่ 2 ใน ระยะนี้จะเริ่มมีอาการเจ็บของก้อนเนื้อ หรืออาจจะไม่เจ็บก็ได้ แล้วแต่ว่า เป็นมะเร็งชนิดไหน ขนาดของก่้อนเนื้อก็จะเริ่มโตขึ้นมากกว่าเดิม แต่ยังน้อยกว่า 5 เซนติเมตร และยังไม่ลุกลามเข้าต่อมน้ำเหลือง
ระยะลุกลาม หรือ ระยะที่ 3 ใน ระยะนี้มะเร็งจะเริ่มลุกลามเข้าสู่ต่อมน้ำเหลืองแล้ว นอกจากนี้ ยังมีอาการเจ็บตามมาแถว บริเวณก้อนเนื้อที่เป็น จนทำให้มีผลกระทบต่อการใช้ชีวิต และก้อนมะเร็งจะขยายมากขึ้นกว่าเดิม คือมีขนาดใหญ่กว่า 5 เซนติเมตร แต่ว่ายังไม่แพร่กระจายไปอวัยวะส่วนอื่น
ระยะแพร่กระจาย ระยะที่ 4 เมื่อ เข้าสู่ระยะนี้ โอกาสที่จะรักษานั้นแทบไม่มีแล้ว แต่่ว่าบางคนก็สามารถรักษาหายได้ แต่โอกาศน้อยมากจนแทบจะเป็นไปไม่ได้ ในระยะนี้ มะเร็งได้เข้าสู่ต่อมน้ำเหลือง และได้แพร่กระจาย ไปยังอวัยวะส่วนอื่น ๆ แล้ว โดยมากผู้ที่เป็นมะเร็งตับอ่อน จะมีโอกาสเสียชีวิตมากกว่า มะเร็งชนิดอื่น ๆ เนื่องจากว่า มะเร็งชนิดอื่น ๆ จะเริ่มแสดงอาการว่าเป็นมะเร็ง ตั้งแต่ระยะก่อนหน้านี้แล้ว แต่มะเร็งตับอ่อนจะแสดงอาการในระยะที่ 4 นี้
ในการรักษาโรคมะเร็งนั้น แพทย์จะตรวจหามะเร็งและแบ่งระยะของมะเร็ง ออกเป็นช่วง ๆ เพื่อให้ง่ายต่อการรักษา เช่น หากพบผู้ป่วยที่อยู่ในระยะเริ่มต้น จนถึงระยะที่ 1 ผู้ป่วยส่วนมากจะรักษาหายได้ง่าย ๆ แต่ก็ใช่ว่าจะได้ทั้งหมดทุกคน ส่วนใหญ่แล้วเมื่อแพทย์พบว่า เซลล์มะเร็งหยุดการขยายตัว หยุดแพร่กระจาย และไม่ส่งผลกระทบใด ๆ ต่อร่างกายแล้ว แพทย์ก็จะหยุดทำการรักษา
เนื่องจากว่าการรักษาโรคมะเร็งนั้นสร้างความบอบช้ำให้แก่ร่างกายอย่างสาหัส เพราะว่าในการรักษาไม่ว่าจะเป็นการ ฉายรังสี บำบัดด้วยเคมี ยาปฏิชีวนะ การผ่าตัด ล้วนแต่ทำให้เซลล์ที่ปกติที่อยู่ข้างเคียงเซลล์มะเร็งนั้นเกิดความเสียหายไป ด้วย ดังนั้นในการรักษาแพทย์จึงมุ่งเน้นไปที่ การหยุดการเติบโตของเซลล์มะเร็ง เพื่อที่จะลดความเสี่ยงในการเกิดผลข้างเคียง
ในครั้งหน้าติดตามอ่านได้ต่อที่ การรักษาโรคมะเร็งของแพทย์ ว่ามีวิธีไหนบ้างและทำอย่างไร
ป้ายกำกับ:
ความรู้เรื่องมะเร็ง,
สาระน่ารู้,
อาการของโรคต่างๆ
การเกิดโรคแทรกซ้อนของผู้ป่วยมะเร็ง
การเกิดโรคแทรกซ้อน
ร่างกายของเราผลิตเซลล์ขึ้นมา เพื่อพัฒนา หรือ ซ่อมแซมร่างกายเราตลอดเวลา และเซลล์ที่สร้างขึ้นมาใหม่นี้ จะมีเซล์ที่ผิดปกติ รวมอยู่ด้วย แต่ว่าระบบการทำงานของร่างกายเรา จะสามารถกำจัดเซลล์ที่ผิดปกติเหล่านี้ออกไปได้
แต่เนื่องจากว่า เซลล์ตั้งต้นของมะเร็ง สามารถแบ่งเซลล์ได้เร็วกว่า เซลล์ปกติมาก ยิ่งถ้าถูกกระตุ้นด้วยสารก่อมะเร็งต่าง ๆ ที่กล่าวมาแล้วในหัวข้อ มะเร็งเกิดขึ้นได้อย่างไร ก็จะทำเซลล์มะเร็งบุกรุกไปยังเซลล์ต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็ว และถ้าหากได้รับสารก่อมะเร็งอย่างต่อเนื่องขึ้นไปอีก ก็จะทำให้เซลล์มะเร็งเติบโตอย่างรวดเร็ว และเซลล์มะเร็งนี้ ยังสามารถที่จะ ทำลาย และ ขัดขวางการทำงาน ของเซลล์ปกติ ที่อยู่ใกล้กับตัวมันด้วย และเมื่อเซลล์ปกติของเราถูกทำลาย ร่างกายของเรา ก็ทำงานได้อย่างไม่เต็มที่ รวมทั้งระบบภูมิคุ้มกัน อย่างเม็ดเลือดขาวก็จะลดลงไปอย่างมาก เนื่องจากร่างกายต้องส่ง เม็ดเลือดขาว ไปคอยต่อสู้กับเซลล์มะเร็งตลอดเวลา ทำให้เมื่อเกิดโรคอื่น ๆ ขึ้น เม็ดเลือดขาวจึงมีไม่พอที่จะไปต้านทานโรคใหม่ หรือเชื้อโรค ที่กำลังเกาะกินอยู่ในร่างกายเรา จึงทำให้เกิดโรคแทรกซ้อนขึ้น
ครั้งหน้า จะนำอันตรายของมะเร็งในระยะต่าง ๆ มาให้ดูกัน
read more "การเกิดโรคแทรกซ้อนของผู้ป่วยมะเร็ง"
ร่างกายของเราผลิตเซลล์ขึ้นมา เพื่อพัฒนา หรือ ซ่อมแซมร่างกายเราตลอดเวลา และเซลล์ที่สร้างขึ้นมาใหม่นี้ จะมีเซล์ที่ผิดปกติ รวมอยู่ด้วย แต่ว่าระบบการทำงานของร่างกายเรา จะสามารถกำจัดเซลล์ที่ผิดปกติเหล่านี้ออกไปได้
แต่เนื่องจากว่า เซลล์ตั้งต้นของมะเร็ง สามารถแบ่งเซลล์ได้เร็วกว่า เซลล์ปกติมาก ยิ่งถ้าถูกกระตุ้นด้วยสารก่อมะเร็งต่าง ๆ ที่กล่าวมาแล้วในหัวข้อ มะเร็งเกิดขึ้นได้อย่างไร ก็จะทำเซลล์มะเร็งบุกรุกไปยังเซลล์ต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็ว และถ้าหากได้รับสารก่อมะเร็งอย่างต่อเนื่องขึ้นไปอีก ก็จะทำให้เซลล์มะเร็งเติบโตอย่างรวดเร็ว และเซลล์มะเร็งนี้ ยังสามารถที่จะ ทำลาย และ ขัดขวางการทำงาน ของเซลล์ปกติ ที่อยู่ใกล้กับตัวมันด้วย และเมื่อเซลล์ปกติของเราถูกทำลาย ร่างกายของเรา ก็ทำงานได้อย่างไม่เต็มที่ รวมทั้งระบบภูมิคุ้มกัน อย่างเม็ดเลือดขาวก็จะลดลงไปอย่างมาก เนื่องจากร่างกายต้องส่ง เม็ดเลือดขาว ไปคอยต่อสู้กับเซลล์มะเร็งตลอดเวลา ทำให้เมื่อเกิดโรคอื่น ๆ ขึ้น เม็ดเลือดขาวจึงมีไม่พอที่จะไปต้านทานโรคใหม่ หรือเชื้อโรค ที่กำลังเกาะกินอยู่ในร่างกายเรา จึงทำให้เกิดโรคแทรกซ้อนขึ้น
ครั้งหน้า จะนำอันตรายของมะเร็งในระยะต่าง ๆ มาให้ดูกัน
ป้ายกำกับ:
ความรู้เรื่องมะเร็ง,
สาระน่ารู้,
อาการของโรคต่างๆ
มะเร็งเกิดขึ้นได้อย่างไร
มะเร็งไม่ได้เป็นโรคที่เพิ่งเกิดมา แต่ว่าด้วยเทคโนโลยีในสมัยก่อนนั้น ทำให้ไม่สามารถรู้ได้ว่า อาการป่วยที่กำลังเป็นกันอยู่นั้น เรียกว่าโรค มะเร็ง
การเกิดโรคมะเร็ง
ในร่างกายคนเรานั้น มีเซลล์ที่เกิดขึ้นใหม่ตลอดเวลา โดยที่เซลล์เหล่านี้มีหน้าที่ช่วยในการ พัฒนาร่างกาย หรือ ซ่อมแซมของเก่าที่เสื่อมสภาพไป โดยใน 1 นาทีนั้นสามารถที่จะผลิตเซลล์ เหล่านี้เป็นล้าน ๆ เซลล์
แต่เซลล์ที่ผลิตออกมานั้น ใช่ว่า จะสมบูรณ์แบบไปทั้งหมด เพราะอาจถูกรบกวนจากหลาย ๆ สาเหตุ เช่น การกระตุ้นจากเชื้อโรค จากสารก่อมะเร็ง หรือจากสาร อนุมูลอิสระ ทำให้เซลล์นั้นไม่สมบูรณ์จึงมีเซลล์ที่มีการทำงานผิดปกติจากเดิม ที่ควรจะเป็น ซึ่งเซลล์ ที่ผิดปกตินี้ เรียกว่า เซลล์ตั้งต้นของมะเร็ง
การพัฒนาของเซลล์มะเร็ง
ปกติ แล้วเราจะพบว่าผู้ที่ป่วยเป็นมะเร็งส่วนมากจะเป็นผู้มีอายุ แต่ก็ใช่ว่า จะไม่เกิดในเด็กหรือวัยรุ่น เพราะหากว่าเซลล์มะเร็งถูกถ่ายทอดมาทางพันธุกรรม ก็จะทำให้เด็ก หรือวัยรุ่นเป็นมะเร็งได้เช่นกัน
ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการใช้ ชีวิตประจำวันของแต่ละคนด้วย ว่าคลุกคลีกับสารก่อมะเร็งมากขนาดไหน ซึ่งส่วนใหญ่แล้วผู้ที่ สูบบุหรี่ ใช้สารเสพติด หรือ ดื่มเหล้า จะมีโอกาสเป็นมะเร็งได้เร็วกว่ามาก
เมื่อร่างกาย ได้รับสารก่อมะเร็ง อย่าง การสูบบุหรี่ ดื่มเหล้า หรือ ใช้สารเสพติด สารเหล่านี้จะไปจับตัวกับเซลล์มะเร็ง และเร่งให้เซลล์มะเร็งพัฒนาอย่างรวดเร็ว บางคนมีเซลล์มะเร็งที่พัฒนาเร็วมาก โดยภายใน หนึ่ง ปี อาจจะตรวจพบเซลล์มะเร็งที่ใหญ่มาก ๆ เพราะว่าสารเหล่านี้สามารถกดภูมิคุ้มกันของร่างกายได้ ทำให้ ร่างกายไม่สามารถ ขับไล่ สิ่งผิดปกติ หรือเซลล์มะเร็ง ออกมาได้ เซลล์มะเร็งก็จะยิ่งแพร่กระจายตัวอย่างรวดเร็ว และตัวการที่ทำให้เซลล์มะเร็งเพิ่มขึ้นแบบเท่าตัว ก็คือ อนุมูลอิสระที่มีปริมาณมาก ๆ
ในตอนหน้า จะกล่าวถึงผลที่ตามมาของการเป็นมะเร็ง ติดตามอ่านได้ใน การเกิดโรคแทรกซ้อนของผู้ป่วยมะเร็ง
ป้ายกำกับ:
ความรู้เรื่องมะเร็ง,
สาระน่ารู้,
อาการของโรคต่างๆ
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)






