แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ มะเร็ง แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ มะเร็ง แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2554

พริกไทย สมุนไพรดี ๆ ที่ต้องแนะนำ

พริกไทยเป็น พืชสมุนไพรคู่ครัวเรามาช้านาน ซึ่งเราสามารถเห็นพริกไทยในรูปของ พริกไทยป่น และ พริกไทยสด ซึ่งพริกไทยทั้งสองแบบนี้ แน่นอนว่าพริกไทยสดย่อมมีสรรพคุณทางยามากกว่าพริกไทยแห้ง หรือพริกไทยป่นอย่างแน่นอน คนในสมัยโบราณนั้น ต่างรู้ดีว่าพริกไทยเป็นพืชที่ใช้กินเป็นยาได้หลายอย่าง เช่น แก้อาการจุกเสียดแน่นท้อว ท้องอืด ท้องเฟ้อ หรืออาจจะเอาเถาไปต้มกินกับน้ำใบเตย แล้วกินก่อนนอนสักหนึ่งแก้ว ก็จะสามารถแก้อาการปวดหลังได้อีก นอกจากนี้ พริกไทยยังสามารถแก้สารพิษต่าง ๆ ได้ หากว่าในร่างกายมีสารพิษซึ่งอาจจะเป็นต้นเหตุของโรคอื่น ๆ พริกไทยก็สามารถขับพิษเหล่านี้ออกไปได้

แม้ว่าการกินพริกไทยสดนั้นจะเป็นเรื่องยาก เพราะว่ารสชาติที่เผ็ดร้อนถึงใจ ทำให้หลาย ๆคนเบือนหน้าหนี แต่ว่าเราไม่ได้บอกว่า ให้ท่านกินพริกไทยสดเป็นกำ ๆ ที่ไหน เพียงแค่กินบ้างเป็นครั้งคราวเมื่อมีโอกาส ก็จะทำให้คุณได้กินยาเข้าไปในร่างกายอีกหนึ่งชนิดแล้วล่ะ
read more "พริกไทย สมุนไพรดี ๆ ที่ต้องแนะนำ"

มะระขี้นก ผักพื้นบ้านต้านมะเร็ง

ถ้าพูดถึงมะระขี้นก หลายคนก็คงจะนึกถึงมะระลูกเล็ก ๆ ที่มีรสขมปี๋ จนหลาย ๆ คนต้องส่ายหน้า แต่ถ้าถ้าลองได้อ่านสรรพคุณทางยาแล้ว คงต้องบอกว่า เอาน่าจะขมก็ต้องกิน เพราะว่ามะระ มีสรรพคุณทางยาเยอะมาก ๆ ซึ่งเรื่องนี้ คนเก่าคนแก่เขารู้กันดี มีแต่เด็กรุ่นใหม่ ๆ นี่แหละที่ไม่ค่อยสนใจ เดี๋ยวเราตามมาดูกันว่า มะระขี้นก กินแก้อะไรได้บ้าง

ในมะระขี้นก จะประกอบไปด้วยสารอาหาร ประเภท โปรตีน คาร์โบไฮเดรต และมี ธาตุเหล็ก วิตามินบี1 วิตามินบี2 วิตามินซี การที่เรากินมะระขี้นก จึงช่วยในการขับถ่าย เพราะมีเส้นใยอาหาร และยังสามารถดูดซับของเสียในลำไส้ไม่ให้เป็นมะเร็งลำไส้ สามารถแก้ไข้หวัด บำรุงม้าม บำรุงตับ และด้วยความสามารถดูดซับของเสียจึงทำให้มะระขี้นก ดับสารพิษในร่างกายได้อีกด้วย

และสำหรับสุภาพสตรี ที่กำลังหาทางลดน้ำหนักอยู่ การกินมะระขี้นกเป็นประจำจะทำให้ระบบขับถ่ายในร่างกาย ทำงานได้อย่างเต็มที่ ไม่จำเป็นจะต้องกินทุกวัน แต่แค่นาน ๆ หรือ อาทิตย์ละครั้ง รับรองว่าช่วยคุณได้แน่นอน ทนขมนิดหน่อยแต่คิดว่าน่าจะดีกว่าไปฉีดยา บำรุง ซึ่งอาจจะเป็นอันตรายต่อร่างกายก็ได้นะ..
read more "มะระขี้นก ผักพื้นบ้านต้านมะเร็ง"

มะเร็งโรคร้าย กับกระชายใกล้ครัว

กระชายเป็นสมุนไพรของไทย อีกชนิดนึงที่มีสรรพคุณทางยาหลายอย่าง เช่น แก้ลมวิงเวียน แก้ท้องอืด ท้องเดิน หรือถ้าจะเอามาใช้ทาภายนอกเพื่อแก้ โรคกลาก ก็ได้ แต่สรรพคุณทางยาที่แฝงอยู่ภายใน ที่ไม่มีใครรู้ก็คือ สามารถใช้กินเป็นยาเพื่อป้องกันมะเร็งได้ ส่วนใครที่ไม่ชอบกลิ่นของกระชาย มาถึงตอนนี้ก็คงต้องเปลี่ยนความคิดเสียใหม่ แล้วตามมาดูรายละเอียดกันดีกว่า เพราะว่าวิธีป้องกันมะเร็งอย่างง่าย ๆ แบบนี้ มันดีกว่าเสียเงินเยอะ ๆ เป็นไหน ๆ

กระชายนั้นมีด้วยกันอยู่ 3 ชนิดคือ กระชายเหลือง กระชายแดง และกระชายดำ ซึ่งทั้งสามตัวนี้ กระชายเหลืองจะเป็นตัว ที่เราใช้ปรุงอาหารอยู่เป็นประจำ ส่วนกระชายแดงนั้นหายาก แถวบ้านผมใช้ต้มเป็นยามากกว่าจะมาทำเป็นอาหาร ส่วนกระชายดำ ยังหาได้แต่แพงมาก ๆ ส่วนใหญ่ใช้เป็นยาบำรุงกำลังเสียมากกว่า ส่วนสรรพคุณทางยาที่ใช้ในการต้านมะเร็งนั้น มีเท่า ๆ กัน ดังนั้นเราจะไปหา กระชายที่หายากทำไม ในเมื่อกระชายเหลืองใกล้ครัวของเรา ก็กินเป็นยาต้านมะเร็งได้จริงใหม

การที่เรากินกระชายเข้าไป นอกจากจะรักษา โรคมะเร็ง หรืออาการ เจ็บป่วยอื่น ๆ ดังที่กล่าวมาข้างต้นแล้ว เรายังสามารถนำกระชายมาทุบ คั้นเอาน้ำแช่ตู้เย็นไว้ดื่ม เพื่อบำรุงกำลังสำหรับเวลาเหนื่อยจากการทำงานหนักได้อีกด้วย แต่ถ้าคนที่ไม่เคยกินก็อาจจะเหม็นสักหน่อย ถ้ากินไม่ไหวจริง ๆ ก็กินตอนที่เอาไปปรุงเป็นอาหารก็ได้ ง่ายดี
read more "มะเร็งโรคร้าย กับกระชายใกล้ครัว"

มะละกอ ผลไม้ต้านมะเร็ง

ถ้าพูดถึงมะละกอ คนไทยส่วนใหญ่จะนึกถึงสรรพคุณทางยา ในเรื่องของการขับถ่าย และถ้าเป็นผู้หญิง ที่ต้องต้องการจะลดน้ำหนักก็จะรู้ถึง สรรพคุณของมะละกอเป็นอย่างดี แต่ความจริงแล้ว มะละกอเป็นผลไม้ที่มี สารอาหารมากมายกว่าที่คุณรู้ ดังนั้นการกินมะละกอ จึงมีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างแน่นอน...

ในผลของมะละกอสุกหนึ่งลูก จะมี วิตามินเอ วิตามินบี1 วิตามินบี2 เกลือแร่ และอื่น ๆ รวมทั้ง วิตามินซีซึ่งเป็นวิตามินที่รู้กันว่าเป็นตัวช่วยในการต่อต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งในมะละกอมี วิตามินซี สูงมาก การที่เรากินมะละกอ จึงสามารถแก้โรคมะเร็งได้โดยที่เราไม่รู้ตัว

การกินมะละกอสามารถช่วยในการยับยั้งการเกิดโรคมะเร็งได้ก็จริง แต่ว่ามะละกอก็มีสารที่ไม่จำเป็นชนิดอื่นด้วยเช่น สารแคโรทีนอยด์ ซึ่งสารนี้จะทำให้ร่างกายของเรามีสีเหลือง เรียกว่าโรคแคโรทีนีเมีย ดังนั้นเราจึงควรมากินมะละกอเป็นครั้งคราว สลับกับผลไม้อื่นดีกว่า เพราะการกินมะละกอสุก ติดต่อกันทุกวันคงไม่ดีแน่ นอกเสียจากว่าคุณต้องการมีผิว สีเหลือง ที่แปลกจากคนอื่น...
read more "มะละกอ ผลไม้ต้านมะเร็ง"

เพกา ผักต้านมะเร็ง

เพกา ลิ้นฟ้า หรือ ฝักอีกา ทั้งหมดนี้เป็นชื่อของผักชนิดเดียว ซึ่งในปัจจุบัน คนยุคใหม่มักจะไม่ค่อยรู้จักกันเสียแล้ว แต่ฝักเพกายังได้รับความนิยมที่จะนำมาเป็นอาหารอย่างมาก สำหรับคุณปู่ คุณย่า หรือผู้สูงอายุทั้งหลาย เพราะต่างก็รู้ถึงสรรพคุณเป็นอย่างดี
ผมจำได้ว่า เมื่อก่อนนั้นผมไม่เคยกินฝักเพกาเลย เพราะว่าเพกามีรสขมมาก ๆ เรียกได้ว่าถ้าใครไม่เคยกิน ถ้าได้เอาเข้าปากแล้วก็คายออกแทบไม่ทัน แต่มาช่วงหลัง ๆ พอได้รู้ถึงสรรพคุณเท่านั้น เรื่องสรรหาวิธีดับความขม เพื่อที่จะกินให้ได้ก็ตามมาทันที

ประโยชน์ของฟักเพกานั้น มีมากมายตั้งแต่เป็นยาต้านมะเร็งชั้นดี เป็นยาขับลม แก้ท้องอืด แน่นท้อง และที่ขึ้นชื่อมาก ก็คงเป็นยาระบาย ชั้นดีที่ไม่ว่าใคร ๆ ก็การันตี

การที่จะให้คนที่ไม่เคยกินฝักเพกานั้น มากินเลยทันทีคงไม่ได้ จึงได้มีการนำเพกาไป พลิกแพลงเป็นอาหารอย่างอื่นเพื่อให้กินง่ายขึ้น เช่นอาจจะเอาไปเผาและหั่นเป็นชิ้น ๆ แล้ว ลาบกิน เหมือนลาบหมูเรานี่ล่ะ ซึ่งการทำแบบนี้รับรองได้ ต่อให้ขมแค่ไหน มีเท่าไรก็หมด
read more "เพกา ผักต้านมะเร็ง"

กะเพรา สมุนไพรต้านมะเร็ง

ไม่น่าเชื่อว่า กะเพราที่เรากินกันอยู่ทุกวันนี้ จะเป็นพืชที่มีความสามารถในการต้าน การลุกลามของมะเร็งได้สูงมาก ๆ เป็นอันดับต้น ๆ ซึ่งในกะเพราประกอบด้วยสารอาหารมากมายหลายชนิด จึงทำให้กะเพราเป็นสมุนไพรที่มี สรรพคุณทางยา มากมาย หากว่าเราย้อนกลับไป เราจะเห็นว่า กะเพราเป็นพืชที่อยู่คู่กับครัวไทยมานาน และนอกจากจะนำมาทำเป็นอาหารแล้ว ผู้สูงอายุ หรือคนโบราณ สมัยก่อน มักจะนำมาใช้เป็นยาเมื่อเจ็บไข้ เช่น ใช้ใบมาบดละลายน้ำ แล้วนำไปทาที่ผิวหนัง เพื่อรักษาโรคกลาก หรือ เกลื้อน หรือหากมีอาการท้องอืด แน่นท้อง ก็จะมีการนำ ทั้งต้นและใบ มาบดหรือทุบ แล้วไปชงกับน้ำอุ่นกิน ขับลม หรืออาจจะใช้ขับเสมหะ ก็ได้หากว่า มีเสมหะอยู่ในลำคอ และยังได้มีการนำรากของกะเพรา มาบดชงกับน้ำ กินเพื่อเป็นยาบำรุงร่างกาย แก้ไข้ได้อีก

ที่กล่าวมาจะเห็นว่า กะเพรานั้น สามารถที่จะนำมากินเป็นยารักษาโรค ได้ทั้ง ราก ลำต้น ใบ และดอก ซึ่งบางคนอาจจะไม่รู้และคิดว่ากะเพรานั้นมีกลิ่นฉุน จึงไม่ได้กิน เข้าไป ซึ่งนั่นทำให้ร่างกายเสียโอกาสที่จะได้รับสารอาหารชั้นดีอย่างกะเพราเสีย แล้ว แต่ถ้าใครที่ลองอ่านอย่างนี้แล้ว ครั้งหน้าเห็นกะเพราที่ไหนก็โดดใส่ได้เลย
read more "กะเพรา สมุนไพรต้านมะเร็ง"

วันจันทร์ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2554

มะเร็งปอด ภัยร้ายใกล้ตัวที่คุณต้องรู้

มะเร็งปอดเรียกได้ว่าเป็นโรคมะเร็งที่พบมากที่สุดในบรรดามะเร็งทั้งหมด ซึ่งจากการสำรวจพบว่า ในแต่ละปีจะมีผู้ป่วยมะเร็งเป็นจำนวนมากทั่วโลก และมีแน้วโน้มที่จะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งมะเร็งปอดที่พบมีอยู่สองชนิด ชนิดแรกคือ ชนิดที่เกิดบริเวณเยื่อบุหลอดลม และชนิดที่สองคือ ชนิดที่เกิดบริเวณ ขั้วปอด และกลางปอด ปัจจัยต่าง ๆ ที่ทำให้เกิดเป็นมะเร็งปอดได้นั้นมีดังนี้

สาเหตุการเกิดมะเร็งปอด
         -สูบบุหรี่ ผู้ป่วยมะเร็งปอดจำนวนร้อยละ 80 เกิดจากการสูบบุหรี่จัด และมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นอีก
         -มลพิษทางอากาศ ซึ่งมีหลายอย่างเช่น ฝุ่นละอองที่เหมืองถ่านหิน ควันจากรถยนต์
         -สูดดมสารมีพิษ อาจจะโดยตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ตาม เช่นสารพิษในโรงงาน หรือสารระเหยต่าง ๆ
จากสาเหตุดังกล่าวนี้ทำให้เห็นว่ามะเร็งปอดนั้นเป็นโรคที่อยู่ใกล้ตัวเรามาก เพราะมีหลายครั้งที่เราไม่สามารถหลีกเลี่ยงสิ่งเหล่านี้ได้ จึงทำให้เราต้องไปคลุกคลีอยู่กับสารก่อมะเร็งต่าง ๆ โดยที่ไม่ตั้งใจ

อาการของมะเร็งปอด
         มะเร็งปอดจะแสดงอาการที่เกี่ยวกับระบบลมหายใจ และทางเดินอาหารเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งผู้ป่วยอาจจะมีอาการ เจ็บหน้าอก ไอมีเสมหะ หายใจลำบาก เหนื่อยง่าย ถ้าก้อนมะเร็งมีขนาดใหญ่มาก ๆ จะทำให้กินอาหารไม่ได้ น้ำหนักลด และอาจจะไอออกมาเป็นเลือดด้วย

การรักษามะเร็งปอด
          ปกติแล้ว ถ้าหากว่าเซลล์มะเร็งมีขนาดเล็ก และเกิดบริเวณเยื่อบุของหลอดลม แพทย์จะใช้วิธีเคมีบำบัด แต่ถ้าหากเกิดบริเวณที่ขั้วปอด หรือกลางปอด แพทย์อาจจะทำการรักษา โดยใช้หลาย ๆ วิธีประกอบกัน เช่น การผ่าตัด ฉายรังสี ทำคีโม แต่ก็อยู่ที่สภาพร่างกายของผู้ป่วยด้วยว่าสามารถรับได้มากขนาดไหน
           มะเร็งปอดนั้นรักษาหายได้ยากมาก แม้ว่าจะรักษาหายไปแล้ว แต่ก็สามารถกลับมาเป็นได้อีก ต่างจากมะเร็งชนิดอื่น ที่รักษาแล้วก็มีโอกาสน้อยมากที่จะกลับมาเป็นอีก และเซลล์มะเร็งปอดยังสามารถแพร่กระจายได้เร็วมาก ผู้ป่วยที่รักษาหายแล้วจึงยังต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์ตลอดเวลาเพื่อป้องกันไม่ให้กลับมาเป็นซ้ำอีก

การป้องกันมะเร็งปอด
            -หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ หรืออยู่ในที่ ที่มีควันบุหรี่มาก เพราะสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดมะเร็งเกิดจากบุหรี่ ถึงร้อยละ 80
            -สวมหน้ากาก หากว่าต้องทำงานอยู่กับอากาศที่เป็นพิษ เช่นในเหมือง หรือ บริเวณที่มีควันไอเสียมาก ๆ รวมทั้ง งานที่เกี่ยวข้องกับสารเคมี และสารระเหย
            -กินอาหารที่สุกแล้ว เพราะส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดมะเร็งปอดคือ พยาธิใบไม้
            -ตรวจหาเซลล์มะเร็งบ่อย ๆ หากว่า ไม่สามารถหลีกเลี่ยง การพบเจอกับสารก่อมะเร็งดังกล่าวได้
read more "มะเร็งปอด ภัยร้ายใกล้ตัวที่คุณต้องรู้"

วันเสาร์ที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2554

มะเร็งผิวหนัง จุดสังเกตไม่ควรมองข้าม


มะเร็งผิวหนังเป็นมะเร็งที่สามารถตรวจพบได้ง่ายมาก เพราะเกิดในบริเวณที่สามารถมองเห็นได้ ผู้ป่วยส่วนใหญ่มักจะทำการรักษาได้ทันก่อนที่จะเข้าสู่ระยะลุกลาม ซึ่งสาเหตุของมะเร็งผิวหนังมีดังนี้

สาเหตุของมะเร็งผิวหนัง
              -การเป็นแผลเรื้อรังที่ผิวหนัง จนทำให้กลายเป็นมะเร็ง
              -การขยายตัวของเม็ดไฝ หรือขี้แมลงวัน
              -การถูกแสงแดดจัดเป็นเวลานาน ๆ
              -ทำงานอยู่กับสารเคมี หรือโดนสารเคมีเป็นระยะเวลานาน

อาการของมะเร็งผิวหนัง
              -เป็นตุ่มใส หรือ ดำ หรืออาจจะเป็นตุ่มนูนแดง มีเลือดซึม แต่ส่วนใหญ่แล้วมักจะเป็นก้อนเนื้อที่มีสีเดียวกันกับผิวของเรา ซึ่งสามารถพบเห็นได้โดยชัดเจน

การรักษามะเร็งผิวหนัง
              -การรักษาด้วยวิธีผ่าตัด ส่วนใหญ่ผู้ป่วยมักจะมาพบว่าตนเองเป็นมะเร็งผิวหนัง และมาพบแพทย์เพื่อทำการรักษาได้ทัน ก่อนที่จะเข้าสู่ระยะลุกลาม แพทย์จึงทำการผ่าตัดเพื่อเอาเนื้อร้ายออกโดยจะผ่าเอาเนื้อข้างเคียงเพื่อป้องกันการลุกลามออกไปด้วย
              -การรักษาด้วยวิธีการทำ คีโม ผู้ป่วยบางท่านไม่รู้ว่าตนเองเป็นมะเร็งผิวหนัง จึงได้ปล่อยให้เข้าสู่ระยะลุกลาม แพทย์จะทำการรักษาโดยการใช้เคมีบำบัด หรือ คีโม หรือฉายรังสีร่วมด้วย

การป้องกันมะเร็งผิวหนัง
               -คอยสังเกตสิ่งผิดปกติของผิวหนังในร่างกายตัวเอง หากว่ามีผิวหนังที่ผิดปกติแล้วไม่หายสักที ควรไปพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยต่อไป
               -หลีกเลี่ยงการถูกแสงแดดเป็นเวลานาน หรือควรป้องกันแสงแดดด้วยวิธีต่าง ๆ
               -หลีกเลี่ยงการโดนสารเคมีต่าง ๆ เช่น น้ำยาล้างห้องน้ำ ยาฉีดกันยุง หรืออื่น ๆ
               -สังเกตตำแหน่งของไฝ หรือขี้แมลงวัน ในร่างกาย และค่อยเช็คความผิดปกติอยู่เสมอ
ที่มา: http://greenhealthzone.blogspot.com/
read more "มะเร็งผิวหนัง จุดสังเกตไม่ควรมองข้าม"

มะเร็งปากมดลูก โรคที่พบมากที่สุดของผู้หญิง

มะเร็งปากมดลูก เป็นมะเร็งที่พบมากที่สุดในบรรดาโรคมะเร็งที่เกิดกับผู้หญิง โดยมีอัตราส่วน 1:5000

สาเหตุการเกิดมะเร็งปากมดลูก
           -เกิดจากการติดเชื้อทางเพศสำพันธ์ บางชนิด เช่นไวรัสที่ทำให้เกิดโรค หูดหงอนไก่
           -การถ่ายทอดทางพันธุกรรม หากว่าคนในครอบครัวเป็นมะเร็งปากมดลูก ลูกหลานก็มีโอกาสเป็นได้

อาการของผู้ป่วยมะเร็งปากมดลูก
อาการของผู้ป่วยมักจะแสดงก็ต่อเมื่อ มะเร็งมีขนาดใหญ่แล้ว หรือเข้าสู่ระยะแพร่กระจายไปแล้ว และอาการที่พบจะเป็นดังนี้คือ
           -มีการอักเสบของมดลูกทำให้มีเลือดออกเป็นบ่อย ๆ
           -มีการตกขาว เป็นระยะเวลานาน ๆ หรือเป็นเรื้อรัง
           -รู้สึกปวดท้องน้อย หรือหน้าท้องบวมขึ้น
           -หลังจากมีเพศสัมพันธ์ อาจจะมีเลือดออกจากช่องคลอด
           -อาเจียนออกมาเป็นเลือด ซึ่งเกิดเมื่อการแพร่กระจายสู่ลำไส้หรือ กระเพาะอาหาร
           -ต่อมน้ำเหลืองบวมโต ซึ่งจะเกิดเมื่อมีการแพร่กระจายสู่ต่อมน้ำเหลือง

การรักษามะเร็งปากมดลูก
           -กรณีที่อยู่ในระยะเซลล์ตั้งต้น หรือยังไม่ลุกลามเข้าสู่มดลูก อาจจะใช้เลเซอร์ทำการจี้ทำลายที่เซลล์มะเร็ง ผู้ป่วยยังสามารถมีลูกได้เพราะไม่ได้ผ่าตัดเอามดลูกออก
           -หากว่ามีการลุกลามเข้าสู่มดลูกแล้ว ต้องทำการผ่าตัดมดลูก หรืออาจจะเอาต่อมน้ำเหลืองบริเวณใกล้ ๆ ออกด้วย เพื่อไม่ให้เซลล์มะเร็งลุกลาม
           -กรณีที่เซลล์มะเร็งเข้าสู่ระยะแพร่กระจายแล้ว แพทย์อาจจะใช้วิธีการทำเคมีบำบัด หรือ คีโม เพื่อควบคุมเซลล์มะเร็ง หรืออาจจะมีการ ฉายรังสีเพื่อกำจัดเซลล์มะเร็งไปด้วย ทั้งนี้แล้วแต่แพทย์จะเลือกใช้วิธีใดบ้าง เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด และเกิดผลข้างเคียงน้อยที่สุด

ผลข้างเคียงจากการรักษา
            -หากทำการรักษาด้วยวิธีฉายรังสี จะมีการตกสะเก็ดของผิวหนัง มีผิวหนังแห้ง ซึ่งจะเกิดเมื่อผ่านไปแล้วประมาณ 2 เดือน
            -หากทำการักษาด้วยการทำ คีโม จะมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ชาตามมือและเท้า มีเลือดออกเวลาปัสสาวะ และผมจะร่วง เพราะว่าเซลล์ปกติจะถูกทำลายไปบางส่วนพร้อมกับเซลล์มะเร็ง
 
การป้องกันโรคมะเร็ง
ในประเทศไทยพบผู้ป่วยมะเร็งปากมดลูก 6000 คนต่อปี โดยส่วนใหญ่จะตรวจพบว่าเป็นมะเร็งปากมดลูกเมื่อเข้าสู่ระยะลุกลามแล้ว จึงมีโอกาสน้อยมากที่จะทำการรักษาหาย ดังนั้นการป้องกันจึงเป็นวิธีนึงที่ผู้หญิงทุกคนควรเอาใจใส่ในสุขภาพของตนเอง ซึ่งการป้องกันมีวิธีต่าง ๆ ดังนี้
            -หากว่ามีคนในครอบครัวเคยเป็นมะเร็งปากมดลูก บุคคลในครอบครัวควรทำการตรวจหามะเร็งเป็นประจำ เพราะมีโอกาสอย่างมากที่ลูกหลานจะเป็นโรคนี้อีก
            -หลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์ในคู่สมรสที่บ่อย เพราะเชื้อไวรัสต่าง ๆ มีส่วนทำให้เป็นมะเร็งปากมดลูกได้ 
        
read more "มะเร็งปากมดลูก โรคที่พบมากที่สุดของผู้หญิง"

วันพฤหัสบดีที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2554

มะเร็งเม็ดเลือดขาว(Leukemia)


มะเร็งเม็ดเลือดขาว จัดได้ว่าเป็นโรคมะเร็งที่น่ากลัวมาก เพราะผู้ป่วยมะเร็งชนิดนี้จะเสียชีวิตในเวลาอันสั้น และส่วนใหญ่แล้วผู้ป่วยมะเร็งเม็ดเลือดขาว มักจะทำการรักษาไม่หาย เพราะเซลล์มะเร็งเกิดขึ้นในบริเวณที่ยากต่อการรักษา
          สาเหตุของมะเร็งเม็ดเลือดขาว เกิดจากหลายสาเหตุมาก ส่วนใหญ่แล้วมาจาก กรรมพันธุ์ การได้รับสารก่อมะเร็ง ไวรัสบางชนิด ซึ่งเราสามารถแบ่งชนิดของมะเร็งเม็ดเลือดขาวออกเป็นสองกลุ่ม คือ กลุ่มที่เกิดบริเวณ น้ำเหลือง ซึ่งทำหน้าที่เป็นระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย และ ส่วนที่เป็น เม็ดเลือดขาว ทำให้ไม่มีเม็ดเลือดขาวไปทำลายหรือ ต่อสู้กับเชื้อโรค หรือเซลล์ผิดปกติต่าง ๆ

อาการของมะเร็งเม็ดเลือดขาว
           ผู้ป่วยมะเร็งเม็ดเลือดขาว จะมีร่างกายที่อ่อนแอมาก เนื่องจากระบบป้องกันต่าง ๆ ของร่างกายถูกทำลายลงไป ผู้ป่วยอาจจะมีอาการเป็นไข้หวัด อยู่บ่อยครั้ง มีอาการไข้เรื้อรัง ร่างกายไม่มีแรงเนื่องจากขาดพลังงาน แน่นหน้าอก หรือหายใจติดขัด  หากเกิดบาดแผล เลือดจะแข็งตัวช้ามาก เพราะว่าเกล็ดเลือดมีน้อยมาก
            หากว่าร่างกายมีอาการต่าง ๆ เหล่านี้ ควรรีบไปพบแพทย์ เพื่อทำการวินิจฉัยให้ละเอียดอีกที ซึ่งหากพบว่าเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาวตั้งแต่เนิ่น ๆ การรักษานั้นก็ยังสามารถทำได้ แต่ส่วนใหญ่แล้ว ผู้ป่วยมักจะมาถึงมือแพทย์ เมื่อมะเร็งเข้าสู่ระยะลุกลามแล้ว จึงทำให้เข้าใจกันว่ามะเร็งเม็ดเลือดขาวเป็นแล้วต้องตาย

การรักษามะเร็งเม็ดเลือดขาว
             การรักษามะเร็งเม็ดเลือดขาวที่เห็นกันอยู่ในปัจจุบัน จะมีอยู่สองวิธี คือ การใช้เคมีบำบัด หรือการทำ คีโม และอีกวิธีหนึ่งก็คือการกระตุ้นภูมิคุ้มกัน อย่างการใช้ยาเสริม หรือการฉีดเสต็มเซลล์ หรือเซลล์ต้นกำเนิด เพื่อให้ร่างกายผู้ป่วยสามารถ ผลิตเม็ดเลือดขาวมาต่อสู้กับมะเร็งได้เอง
             การรักษาด้วยวิธีต่าง ๆ นี้ จะส่งผลข้างเคียงต่อผู้ป่วยอย่างมาก และสิ่งที่ต้องระวังอีกอย่างก็คือ โรคแทรกซ้อนต่าง ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นได้ เพราะว่าเม็ดเลือดขาวไม่เพียงพอ

การป้องกัน
             หากว่ามีคนในครอบครัวป่วยเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาวแล้ว บุคคลในครอบครัวนั้นต้องทำการตรวจหาเซลล์มะเร็งบ่อย ๆ เพราะมีโอกาสอย่างมากที่บุคคลในครอบครัว อาจจะมีเซลล์มะเร็งติดมาด้วยจากกรรมพันธุ์ และนอกจากนั้นก็ควรจะกินอาหารที่มีวิตามินซีและวิตามินเอ เพื่อช่วยให้ร่างกายมีระบบภูมิคุ้มกันที่ดี ก็จะสามารถป้องกันมะเร็งได้
read more "มะเร็งเม็ดเลือดขาว(Leukemia)"

มะเร็งเต้านม โรคที่ผู้หญิงต้องรู้


มะเร็งเต้านมเป็นมะเร็งที่สามารถ ลุกลามและขยายตัวได้ในเวลาอันรวดเร็ว เนื่องจาก บริเวณที่เป็นนั้น จะอยู่ใกล้กับ รักแร้ ซึ่งเป็นที่อยู่ของต่อมน้ำเหลือง มะเร็งเต้านมจึงเป็นอตรายอย่างมากสำหรับผู้หญิง
         ส่วนใหญ่แล้วมะเร็งเต้านมจะพบกับผู้หญิงที่มีอายุ  50 ปีขึ้นไป ซึ่งสาเหตุของการเกิดโรคมะเร็งเต้านมนั้น ยังไม่เป็นที่แน่ชัด แต่พบว่าส่วนหนึ่ง จะเกิดมาจาก ความผิดปกติของฮอร์โมน หรือผู้ที่ทาน ฮอร์โมนต่าง ๆ และรวมทั้งผู้ที่กินยาคุม หรือใช้ยาคุมกำเนิดด้วย นอกจากนี้มะเร็งเต้านม ยังสามารถถ่ายทอดทางพันธุกรรมไปสู่ลูกหลานได้ หากว่ามีคนในครอบครัว ป่วยเป็นโรคมะเร็งเต้านมแล้ว ผู้ที่สืบเชื้อสายของครอบครัวนี้ ต้องหมั่นตรวจหาเซลล์มะเร็งมากกว่า บุคคลอื่นหลายเท่า เพราะอยู่ในกลุ่มที่เสี่ยงกว่าผู้อื่น

อาการของมะเร็งเต้านม
          1.รูปร่างของเต้านมมีการเปลี่ยนแปลง หรือผิดรูปไปจากเดิมจนพอที่จะสังเกตได้
          2.คันบริเวณหัวนมหรือบางครั้งอาจจะมีเลือดออก หรือหัวนมเป็นสีแดง
          3.เมื่อเอามือคลำ อาจจะเจอก้อนเนื้อ บริเวณเต้านม หรืออาจจะมีอาการเจ็บเมื่อมะเร็งมีขนาดใหญ่แล้ว
          4.ผิวหนังบริเวณเต้านม ตกสะเก็ด หรือมีความหน้าเพิ่มมากขึ้น
          5.เมื่อเข้าสู่ระยะแพร่กระจาย บริเวณรักแร้ จะมีอาการบวม เพราะต่อมน้ำเหลืองโต

การตรวจด้วยตนเอง 
           ในการคลำหามะเร็งเต้านมจะต้องทำเมื่อ หมดประจำเดือนแล้ว เพราะเป็นช่วงที่นมไม่คัดหรือแข็งตัว โดยวิธีการตรวจให้ยืนที่หน้ากระจก แล้วหันซ้ายหรือหันขวา เพื่อดูว่าเต้านมยังคงรูปเดิมหรือไม่ หากว่ามีรอยบุ๋ม หรือนูนขึ้นมา ให้สงสัยว่าอาจจะเป็นมะเร็งเต้านม หรือ อาจจะตรวจโดยการ ยกแขนข้างเดียวกบเต้านมที่ต้องการจะตรวจขึ้นสูง ๆ  แล้วใช้มืออีกข้างคลำเบา ๆ เพื่อหาสิ่งผิดปกติบริเวณเต้านม โดยเมื่อทำเสร็จอีกข้างนึงแล้ว ก็สลับมาเป็นอีกข้างในวิธีเดียวกัน 

การป้องกันมะเร็งเต้านม
             1.ควรหมั่นตรวจมะเร็งเต้านมด้วยตนเอง อยู่เสมอหลังหมดประจำเดือน โดยหากมีอาการผิดปกติก็ควรจะให้แพทย์ทำการตรวจทันที
             2.หลีกเลี่ยง การกินยาคุมกำเนิด หรือใช้ยาคุมกำเนิด ต่อเนื่องยาวนาน เพราะยาคุมกำเนิดมีส่วนประกอบของฮอร์โมน ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิดมะเร็งเป็นจำนวนมาก
             3.หลีกเลี่ยงการทำศัลยกรรม เต้านม หรือหากได้ทำไปแล้ว ก็ควรจะตรวจหามะเร็ง เต้านมมากกว่าผู้อื่นหลายเท่า เพราะมีโอกาสเสี่ยงสูง
             4.พบแพทย์ทันที เมื่อตรวจเจอสิ่งผิดปกติ เพื่อที่จะทำการรักษาได้อย่างทันท่วงที ถ้าหากเข้าสู่ช่วงแพร่กระจายแล้วจะทำการรักษาได้ยากมาก ซึ่งถ้าไม่นิ่งนอนใจ ก็มีโอกาสที่จะรักษาหายได้ 100%
read more "มะเร็งเต้านม โรคที่ผู้หญิงต้องรู้"